Saturday, November 12, 2011

โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

รายงานของสำนังานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้เชื่อได้ยากมากขึ้นว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
รายงานของสำนังานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้เชื่อได้ยากมากขึ้นว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และยังทำให้เกิดคำถามตามมาอีกมากว่า จะมีหนทางใดบ้างที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้





รายงานของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือที่เรียกกันย่อๆว่า IAEA แจงรายละเอียดว่า อิหร่านได้ใช้คอมพิวเตอร์โมเดล ทดสอบการระเบิดนิวเคลียร์ ค้นคว้าวิจัยชุดชนวนจุดระเบิด และออกแบบการติดหัวรบเข้ากับจรวดไว้อย่างไรบ้าง




นักรัฐศาสตร์ Matthew Kroenig ของมหาวิทยาลัย Georgetown ในกรุงวอชิงตัน บอกว่า รายงานฉบับนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่า อิหร่านมุ่งมั่นจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ให้ได้ นักวิชาการผู้นี้บอกว่า อิหร่านคงจะอ้างต่อไปอีกไม่ได้ว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนเป็นโครงการพลังงานเพื่อสันติ
อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนีกำลังพิจารณาว่าจะมีมาตรการลงโทษอิหร่านทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ แต่รัสเซียและจีนไม่เห็นด้วย
รายงานของ IAEA มิได้กล่าวว่า อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์แล้ว แต่กล่าวว่ากรุงเทหรานอาจมีโครงการที่กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
รัฐบาลอิหร่านบอกปัดรายงานฉบับนี้ โดยกล่าวว่า เป็นการปั้นเรื่อง และกล่าวหาว่า นาย Yukiya Amano ผู้อำนวยการของ IAEA เป็นหุ่นกระบอกที่สหรัฐชักใยอยู่
เทหรานกล่าวต่อไปว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ในรายงานฉบับนี้มาจากคอมพิวเตอร์ Laptop ที่ถูกขโมยไปจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของอิหร่านเมื่อราวๆ 7 ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม รายงานของ IAEA ฉบับนี้ก่อให้เกิดคำถามตามมามากมาย
นาย Elliott Abrams อดีตที่ปรึกษาทางด้านความมั่นคง ฝ่ายกิจการตะวันออกกลาง ในสมัยประธานาธิบดี George W. Bush ให้ความเห็นว่า รายงานฉบับนี้ ทำให้ต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า อิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ ไปเป็นคำถามว่า เราจะทำอะไรได้บ้างกับข้อเท็จจริงที่ว่า อิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อยู่
Ray Takeyh ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางของ Council on Foreign Relations บอกว่า มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ และความพยายามต่างๆที่จะชลอหรือขัดขวางอิหร่านในเรื่องนี้ ไม่ได้ผล
นักวิเคราะห์ผู้นี้บอกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการบริหารจัดการกับปัญหาอีกต่อไปแล้ว และว่า ในวาระสมัยของรัฐบาลสหรัฐชุดต่อไป อิหร่านอาจทดลองหรือไม่ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ก็ได้ เพราะฉะนั้น ในตอนนี้ก็ต้องเริ่มคิดกันแล้วว่า จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร
นาย Anthony Cordesman นักวิเคราะห์ของ Center for Strategic and International Studies หรือที่เรียกย่อๆว่า CSIS บอกว่า คำถามตอนนี้คือ จะยังคงเจรจากับอิหร่านต่อไปได้อีกนานแค่ไหน
นักวิเคราะห์ของ CSiS ผู้นี้ ถามว่า ถึงจุดไหนที่จะพูดได้ว่า จะต้องใช้กำลังทหารแก้ปัญหานี้ หรือไม่ก็ปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์
ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางของ Council on Foreign Relations นาย Ray Takeyh บอกว่า ยังเป็นไปได้ที่จะยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่เวลาที่จะทำเช่นนั้นได้เหลือน้อยลงเต็มที
นักวิเคราะห์ผู้นี้บอกว่า ปัญหาท้าทายภูมิปัญญาก็คือ ทำอย่างไรจึงจะโน้มน้าวให้อิหร่านปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับนานาชาติได้ โดยไม่ใช้กำลัง ซึ่งยอมรับว่าทำได้ยากมาก
แต่นักวิเคราะห์ผู้นี้ก็ยังมองการณ์ในทางดีว่า อิหร่านมีจุดอ่อนทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง นอกจากนี้ ยังมีขบวนการฝ่ายค้านแข็งขันที่อาจขัดขวางความพยายามของรัฐบาลที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ
credit : voanews.com

เตือนปัญหาขยะในภาวะ

เตือนปัญหาขยะในภาวะน้ำท่วมส่งกลิ่นเน่าเสียสะสมเชื้อโรคซึ่งอาจส่งผลต่อสุขอนามัยและโรคระบาด

หลายคนอาจจะให้ความสนใจและกังวลกับระดับน้ำที่เข้าท่วมในหลายๆพื้นที่ของกรุงเทพมหาครแต่สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องตระหนักในภาวะน้ำท่วมเช่นกันก็คือปัญหาขยะ สิ่งปฏิกูลที่มากับน้ำ รวมไปถึงของความเสี่ยงของสารพิษที่อาจจะมากับขยะจากเขตโรงงานอุตสาหกรรมทำให้พนักงานเก็บขยะของกรุงเทพมหานครต้องทำงานหนักเป็นพิเศษลุยน้ำเก็บขยะจำนวนมหาศาลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน
People ride a modified "tuk-tuk," or motor tricycle taxi, through a flooded street in Bangkok, Thailand, November 7, 2011.
รูปภาพ AP
คุณสบง สุปรางค์ คนงานเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร วัย 52 ปี ต้องทำงานยากลำบากมากขึ้นหลังระดับน้ำที่เข้าท่วมสูงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมากว่าสัปดาห์ ทำให้ปริมาณขยะที่สะสมมีปริมาณมากกว่าภาวะปกติขณะเดียวกันขยะที่จมน้ำก็เริ่มส่งกลิ่นและเน่าเหม็นจนสุดจะทน






ปกติในแต่ละวันกรุงเทพมหานครประมาณว่าจะสามารถเก็บขยะได้ราวๆ 8 พันตัน แต่ขณะนี้สามารถเก็บได้เพียงประมาณ 1 ใน 3 ส่วนเท่านั้นเพราะที่เหลืออีก 2 ส่วนจมอยู่ในน้ำ เช่นเดียวกับการที่มีเจ้าหน้าที่เก็บขยะน้อยลง ทำให้ทุกวันนี้สามารถเก็บขยะได้เพียงประมาณ 400 ตันต่อวันเท่านั้น
คุณพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกว่าปัญหาสำคัญก็คือกรุงเทพมหานครไม่มีเรือหรือคนงานมากพอที่จะเข้ามาทำงานได้ทุกวัน ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะสามารถเก็บขยะในภาวะน้ำท่วมที่กำลังวิกฤตในขณะนี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่มีมากกว่า 500 คนก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วยเช่นกัน จึงเหลือคนที่เข้ามาทำงานเพียงประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น
แม้ที่ผ่านมากรุงเทพมหาครจะเคยจ้างกลุ่มนักโทษที่มีความประพฤติดีที่มีความผิดลหุโทษให้มาช่วยทำงานเก็บขยะในค่าจ้างราวๆ 300 บาทต่อวัน แต่รองผู้ว่าราชการกทม. บอกว่า ส่วนใหญ่กลุ่มนักโทษเหล่านี้จะไปช่วยในส่วนของการทำกระสอบทราบกั้นน้ำมากกว่าที่จะมาทำงานเก็บขยะเหม็นๆ
คุณพรเทพ บอกว่า ขยะเหล่านี้แม้จะเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็น และทำให้น้ำเน่าเสียเพราะระดับออกซิเจนต่ำก็จริง แต่ก็ยังไม่มีโรคระบาด เพราะถ้าหากมีจริงเชื้อโรคที่ติดต่อได้จากการสัมผัสก็จะแพร่กระจายได้เร็วมาก
นอกจากขยะต่างๆที่ลอยมากับน้ำที่กำลังเป็นปัญหาแล้ว ในแต่ละวันเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพจะมีปริมาณสิ่งปฏิกูล เศษอาหาร ขยะเน่าเสียต่างๆประมาณ 3 หมื่นตัน โดยเฉพาะการที่ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมไม่สามารถใช้ห้องน้ำห้องส้วมได้ตามปกติ ทำให้ต้องเร่งแก้ปัญหาในเรื่องนี้
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกว่า ทางแก้ปัญหาในเรื่องสุขอนามัยในเรื่องนี้คือการใช้สุขาเคลื่อนที่ที่เรียกว่า คอมฟอร์ด ซีท ที่จะเก็บของเสียที่ถ่ายแล้วลงในถุงดำแล้วมัด ซึ่งง่ายต่อการส่งเจ้าหน้าที่ไปรวบรวมและเก็บไปทิ้ง
นอกจากจะพยายามช่วยในด้านสุขอนามัยแล้ว กลุ่มคนเก็บขยะก็ยังมีส่วนช่วยให้อัตราการไหลของน้ำได้สะดวกมากขึ้น ด้วยการเก็บกวาดเศษขยะที่อาจจะตกค้างตามทางไหลของน้ำออกไปซึ่งจะช่วยทำให้มวลน้ำมหาศาลไหลลงสู่ทะเลได้สะดวกขึ้น ซึ่งหมายความว่าน้ำจะลดลงเร็วขึ้น
credit : voanews.com

นักโบราณคดีอาฟกานิสถานเร่งขุดค้น

นักโบราณคดีอาฟกานิสถานเร่งขุดค้นแหล่งอารยธรรมพุทธศาสนาก่อนบริษัทจีนจะเข้าทำเหมือง

อาฟกานิสถานยังมีแหล่งอารยธรรมศาสนาพุทธหลงเหลืออยู่มากมายพอพอกับแหล่งแร่ใต้ดินมูลค่ามหาศาล ทีมนักโบราณคดีอาฟกานิสถาน กำลังเร่งขุดค้นโบราณวัตถุจากแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ทางพุทธศาสนาในภูเขาแหล่งแร่ทองแดงภายในเวลาสองปีก่อนที่บริษัททำเหมืองจากจีนที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลอาฟกานิสถานจะเริ่มเ้ข้าไปเปิดหน้าเหมือง
กรมศิลปากรของอาฟกานิสถานมีเวลาแค่สองปีเท่านั้น ในการขุดค้นหาสมบัติล้ำค่าในแหล่งอารยธรรมของศาสนาพุทธสี่จุดทั่วภูเขาลูกนี้ก่อนที่บริษัททำเหมือแร่ทองแดงจะเริ่มเปิดหน้าเหมือง





คุณ Khair Muhammad Khairzada เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรอาฟกานิสถาน กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่า ทีมงานจากกรมมีนักโบราณคดีแค่ 24 คน ปัญหาใหญ่ที่สุดคือมีคนไม่พอ พื้นที่ที่ต้องขุดกว้างใหญ่มาก
ที่นี่ ชาวพุทธเคยตั้งรกรากมาก่อนราว 1500 ปีที่แล้ว ศาสนาพุทธเคยรุ่งเรืองมากก่อนหน้าที่ในอาฟกานิสถานจะกลายเป็นชาติมุสลิม
จุดนี้เคยเป็นแหล่งแสวงบุญและมีวัด นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งแร่ทองแดงที่สำคัญมาตั้งแต่ในอดีต ชื่อของภูเขา Mes Aynak แปลว่า ทองแดงแห่งภูเขา Aynak
โบราณวัตถุล้ำค่าส่วนใหญ่ที่อยู่เหนือระดับพื้นดินถูกขโมยไปเกือบเกลี้ยง หัวขโมยยังขุดอุโมงค์ลงไปตัดเอาเศียรพระพุทธรูปขยาดยักษ์ไปแล้วมากมาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาดินถล่มเกิดขึ้นในพื้นที่ด้วย และที่แย่ไปกว่านั้น บริษัทเหมืองแร่จากจีนจะเริ่มขุดเอาแร่ทองแดงในภูเขาลูกนี้มูลค่าหลายพันล้านดอลล่าร์สหรัฐ บริษัททำเหมืองได้ตั้งแคมป์ในพื้นที่แล้ว
คุณอับดุล กาดี เท็มโมรี หัวหน้าทีมนักโบราณคดี บอกว่า มีเวลาจำกัดมากในการขุดค้นแหล่งอารยธรรมศาสนาพุทธนี้ก่อนที่บริษัทเหมืองจีนจะเริ่มขุดภูเขาทั้งลูกให้ราบเป็นหน้ากลอง เขาบอกว่ามีแต่นักโบราณคดีหัวอกเดียวกันเท่านั้นที่จะเข้าใจสถานการณ์นี้
กรมศิลปากรอาฟกานิสถานไม่มีโอกาสขยายเวลาในการขุดค้นออกไป ทางการอาฟกานิสถานได้รับค่าตอบแทนจากบริษะททำเหมืองจีนสี่พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ เป็นรายได้มหาศาลที่สุดที่รัฐบาลอาฟกานิสถานเคยได้จากนักลงทุนและยังสร้างงานให้กับประเทศที่บอบช้ำจากสงครามครั้ง
แม้รายได้จากการให้สัมปทานเหมืองจะเป็นประโยชน์แก่อาฟกานิสถาน นักโบราณคดีท้องถิ่นชี้ว่านี่เป็นการได้ไม่คุ้มกับการเสีย คุณอับดุล กาดี เท็มโมรี บอกกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่า ประวัติศาสตร์จะเป็นผู้ตัดสินเองว่าคนเหล่านี้ทำผิด บริษัทเหมืองจีนนี้เทียบได้กับพวกก่อการร้าย เพราะพวกทาเลบันทำลายใช้ปืนเป็นอาวุธในการทำลายโบราณวัตถุของอาฟกานิสถานในขณะที่บริษัทเหมืองจากจีนใช้เงินเป็นอาวุธทำลายแหล่งอารยธรรมล้ำค่าเหล่านี้
ทีมนักโบราณคดีอาฟกานิสถาน ได้ค้นพบโบราณวัตถุหลายร้อยชิ้นตั้งแต่เริ่มทำการขุดค้น และนำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ แต่เชื่อว่ายังมีสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรมอีกมากมายไม่รู้จำนวนได้ฝังอยู่ใต้ดิน นักโบราณคดีชาวอาฟกานิสถานกำลังแข่งกับเวลาเพื่อพิทักษ์อดีตอันรุ่งเรืองของอาฟกานิสถานที่กำลังถูกคุกคามโดยอำนาจเม็ดเงินที่อาฟกานิสกานต้องการในการสร้างประเทศ
Credit : voanews.com

การพัฒนาความเจริญชุมชนเมืองมีส่วนทำให้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในเอเชียลุกลามเป็นหายนะ

ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองในสหรัฐระบุว่าการเจริญเติบโตด้านการพัฒนาชุมชนเมืองมีส่วนกระตุ้นให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะในเมืองไทยที่ไม่มีมาตรการป้องกันหรือการเตรียมเผชิญกับความเสียหายกับภาวะน้ำท่วมใหญ่ได้ดีพอจนทำให้ปัญหาลุกลามจนกลายเป็นหายนะ
รูปภาพ AP


ชาวกรุงเทพมหานครหลายคนคงต้องทำใจแล้วว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับสภาพน้ำที่ท่วมสูงไปอีกสักระยะจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ชาวเมืองกรุงจำนวนไม่น้อยจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อเตรียมการรับมือกับน้ำท่วมมาแล้วแต่ก็เปล่าประโยชน์




ในมุมมองของ Mark Bartolini ผู้เชี่ยวชาญด้านพิบัติภัย หน่วยงานด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐ บอกว่า มวลน้ำที่ค่อยๆหลากเข้าท่วมมาก่อนหน้านี้ได้ให้เวลาพอสมควรสำหรับชาวกรุงเทพได้เตรียมรับมือเพื่อให้ได้รับความเสียหายน้อยที่สุดซึ่งการเกิดอุทกภัยโดยทั่วไปไม่ได้มีเวลาให้เตรียมตัวมากขนาดนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติของสหรัฐ บอกว่า ข้อเท็จจริงก็คือการลงทุนและการพัฒนาความเจริญด้วยงบประมาณหลายแสนล้านบาทของภาครัฐและจากนานาประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมาสามารถสูญเปล่าภายในชั่วเวลาข้ามคืนเพราะน้ำท่วม
บาร์โทลินี กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยและอีกหลายประเทศในเอเชียได้แสดงให้เห็นว่าสามารถกลับมาฟื้นตัวได้หลังจากน้ำท่วมแต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังเป็นที่น่ากังวล
ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติของสหรัฐ บอกว่า หากเราอยู่ในประเทศที่มีสภาพพื้นที่ต่ำน้ำท่วมถึงแถมยังมีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องอยู่ในข่ายที่จะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมแบบนี้เป็นระยะ นอกจากนี้ยังมีปัญหาสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงก็ยิ่งจะเห็นสิ่งเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ประสบการณ์และบทเรียนจากการเผชิญพายุเฮอริเคน คาทรีน่าพัดถล่มชายฝั่งสหรัฐและทำให้เกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงในแถบเมืองนิวออร์ลีนส์เมื่อ 6 ปีก่อน ทำให้รัฐบาลสหรัฐนอกจากจะมอบความช่วยเหลือมูลค่าประมาณ 2 ล้าน 7 แสนเหรียญเพื่อฟื้นฟูสภาพน้ำท่วมให้กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังพยายามที่แบ่งปันประสบการณ์การฟื้นฟูด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ของทางการสหรัฐเข้าไปทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในหลายประเททั่วเอเชียเพื่อปรับปรุงแผนเตรียมการและการสื่อสารเพื่อรับมือกับพิบัติภัยทางธรรมชาติ อีกด้วย
แต่ Balakrishnan Rajagopal ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาด้านผังเมือง จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซทส์ (MIT) บอกว่า เพียงแค่การเตรียมการรับมือพิบัติภัยทางธรรมชาติอาจจะยังไม่เพียงพอ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาด้านผังเมือง จาก MIT ย้ำว่า หลายเมืองจำเป็นต้องตระหนักถึงลักษณะการเติบโตของเมือง และลักษณะเทคโนโลยีที่ใช้แก้ปัญหาพิบัติภัยไว้ล่วงหน้า รวมไปถึงมาตรการที่จะใช้ป้องกันเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมตั้งแต่จุดเริ่มต้นภาวะวิกฤต  นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างปัญหาการก่อสร้างที่ใช้คอนกรีตจำนวนมากในกรุงเทพมหานครนั้นมีส่วนทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมมากกว่าระบบการระบายน้ำตามธรรมชาติ
เมื่อการระบบการเตรียมการ และการวางแผนรับมือน้ำท่วมที่มีอยู่ไม่ได้ผล   สิ่งที่คนไทยหลายคนจำเป็นต้องทำในขณะนี้ ก็คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นการทำใจและทนรอภาวนาให้ระดับน้ำลดลงให้เร็วที่สุดโดยเร็ว

เด็กหญิงถูกบังคับ

เด็กหญิงถูกบังคับแต่งงานก่อนวัยในหลายประเทศทั่วโลก

ปัจจุบันยังมีพ่อแม่บังคับลูกสาวแต่งงานก่อนวัยอันสมควรในหลายประเทศทั่วโลก เมื่อเร็วๆนี้กลุ่มนักรณรงค์สิทธิผู้หญิง ภริยาผู้นำชาติอาฟริกันหลายชาติและเหยื่อได้ร่วมเสวนากันเกี่ยวกับปัญหาและทางแก้ในงานประชุมที่ลอสเองเจลลีส
เด็กผู้หญิงจำนวนหลายล้านคนทั่วโลกถูกบังคับให้แต่งงานก่อนอายุ 18 ปี คุณจาสวินเดอ แซงกีร่า เกิดที่ประเทศอังกฤษในครอบครัวชาวอินเดีย พ่อแม่บังคับให้บรรดาพี่สาวทุกคนของเธอออกจากโรงเรียนที่อังกฤษตอนอายุครบสิบห้าปีแล้วจับแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อแม่เลือกให้โดยไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน


Child Marriage



คุณจัสวินเดอ แซงกีร่า บอกว่าพอเธออายุสิบสี่ปี แม่ให้เธอดูรูปผู้ชายคนหนึ่งที่พ่อแม่หมั้นหมายให้ตอนเธออายุแค่แปดขวบ เธอปฏิเสธการแต่งงานแล้วหนีออกจากบ้านทำให้พ่อแม่และพี่น้องประกาศตัดญาติเพราะเห็นว่าเธอสร้างความละอายแก่ครอบครัว
คุณจัสวินเดอ แซงกีร่า เล่าว่าแม้ว่าเธอจะเกิดและเติบโตในอังกฤษประเทศพัฒนาแล้ว ครอบครัวของเธอใช้ชีวิตของชาวอินเดียดั้งเดิมที่ยังนิยมให้ลูกสาวออกเรือนให้เร็วที่สุด
เธอบอกว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับชาวอินเดียในอังกฤษที่ให้ลูกสาวแต่งงานกับชายจากอินเดียเพื่อช่วยให้ฝ่ายชายได้สัญชาติอังกฤษ ปัจจุบันเธอหันมาทำงานรณรงค์สร้างความตื่นตัวต่อปัญหาการบังคับเด็กหญิงแต่งงาน
ปัญหาการบังคับลูกสาวออกเรือนก่อนวัยนี้พบมากในกลุ่มคนจากทวีปเอเชียใต้ ทวีปอเมริกาใต้และชาติอาฟริกาที่อยู่ทางใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า และมีเหตุผลแตกต่างกันไป การรักษาศักดิ์ศรีของครอบครัวก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กหญิงถูกจับแต่งงาน
คุณแอน ก็อดดาร์ด จากองค์กรเอกชน Child Fund International บอกว่าพ่อแม่กลัวว่าลูกสาวจะสร้างความละอายแก่ครอบครัวเพราะอาจจเริ่มมีเพศสัมพันธุ์ก่อนแต่งงานและตั้งท้อง จึงบังคับให้แต่งงานไปเสียก่อนเป็นการป้องกันปัญหาล่วงหน้า
ในบางสังคม ความยากจนเป็นสาเหตุหลัก พ่อแม่จับลูกสาวที่ยังอ่อนวัยให้แต่งงานเพราะไม่มีเงินเลี้ยงดูและไม่สามารถส่งเสียให้เรียนหนังสือได้ คุณแอน ก็อดดาร์ดเชื่อว่า การให้เด็กผู้หญิงไปโรงเรียนภาคบังคับให้นานปีขึ้นสามารถยุติการจับเด็กหญิงแต่งงานก่อนวัยอันสมควรได้
ในชาติอาฟริกาบางชาติ ทางการใช้วิธีแจกอาหารแก่เด็กหญิงทุกปลายสัปดาห์เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้ครอบครัวของเด็กยอมส่งลูกสาวไปโรงเรียน ทำให้พ่อแม่อ้างไม่ได้ว่าไม่มีเงินเลี้ยงลูกหรือขาดแคลนแรงงานทำมาหาเลี้ยงครอบครัว
คุณแอน วอร์นเน่อร์ จากองค์กร International Center for Research on Women กล่าวว่า กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อปัญหานี้ในสังคมและชุมชนต่างๆทั่วโลก ผู้นำประเทศและองค์กรรากหญ้าควรต้องประสานกันให้มากขึ้นเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของงานและความคืบหน้าในการแก้ปัญหา
แต่คุณจาสวินเดอ แซงกีร่า บอกว่ายังมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นกับปัญหานี้ในกลุ่มคนเชื้อสายอินเดียในประเทศอังกฤษและในอีกหลายๆประเทศทั่วโลก เธอบอกว่าการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ไม่ใช่แค่ด้วยการให้การศึกษาแก่พ่อแม่เท่านั้น แต่ต้องรณรงค์ให้เด็กสาวรู้ว่าตนเองมีสิทธิ์ในการปฏิเสธการแต่งงานที่พ่อแม่จัดให้
credit : voanews.com

การประชุม APEC ที่ฮาวายสัปดาห์นี้

สหรัฐหวังจะเชิญออสเตรเลีย มาเลย์เซีย เปรู และเวียตนามให้ร่วมการเจรจาเขตการค้าเสรีแปซิฟิคในการประชุม APEC ที่ฮาวายสัปดาห์นี้

เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจากชาติภาคี APEC 21 ประเทศประชุมกันที่ฮาวายในสัปดาห์นี้ สำหรับการประชุมสุดยอดของที่ประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค หรือ APEC สหรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม หวังจะเชิญออสเตรเลีย มาเลย์เซีย เปรู และเวียตนามให้ร่วมการเจรจาเขตการค้าเสรีแปซิฟิคในการประชุม APEC ครั้งนี้ด้วย

เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจากชาติภาคี APEC 21 ประเทศประชุมกันที่ฮาวายในสัปดาห์นี้ สำหรับการประชุมสุดยอดของที่ประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค หรือ APEC


เจ้าภาพของการประชุมปีนี้ ประธานาธิบดี Barack Obama จะพบหารือกับบรรดาผู้นำ APEC ในช่วงสุดสัปดาห์ คาดว่าประเด็นสำคัญที่จะหารือกันจะครอบคลุมเรื่องการค้าและภาษีด้วย
แต่ประเด็นสำคัญอันหนึ่งคือเรื่องเขตการค้าเสรีในแปซิฟิค  คาดกันว่าสหรัฐจะนำเสนอกรอบความตกลงสำหรับเขตการค้าเสรีในแปซิฟิค ซึ่งเรียกชื่อว่า Trans-Pacific Partnership หรือ TPP ซึ่งอาศัยข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับบรูไน ชิลี นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ เป็นพื้นฐาน ให้พิจารณากัน
ประเทศที่สหรัฐมุ่งหวังจะโน้มน้าวชักจูงให้เข้าร่วมการในเขตการค้าเสรีนี้เพิ่มขึ้น คือ ออสเตรเลีย มาเลย์เซีย เปรู และเวียตนาม
สำหรับจีนและญี่ปุ่นนั้น ยังมีอุปสรรคที่จะต้องแก้ไขกันให้ได้ ก่อนที่จะเข้าร่วมเจรจาด้วยได้
การที่สหรัฐกำลังเร่งเร้าให้มีข้อจำกัดการให้เงินอุดหนุนรัฐวิสาหกิจนั้น จะส่งผลกระทบต่อจีน ซึ่งกำลังปรับเปลี่ยน
ระบบเศรษฐกิจจากรัฐวิสาหกิจไปสู่ธุรกิจเอกชน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จีนกล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมการเจรจาเขตการค้าเสรีที่ว่านี้




ส่วนญี่ปุ่น ซึ่งคาดกันว่านายกรัฐมนตรี Yoshihiko Noda จะประกาศในเร็ววันนี้ว่า จะเข้าร่วมการเจรจาด้วยนั้น ประสบปัญหาทั้งในประเทศและจากรัฐสภาสหรัฐ
ชาวนาญี่ปุ่นได้ชุมนุมคัดค้านแล้วในเรื่องนี้เมื่อวันอังคาร ในวันเดียวกัน สมาชิกรัฐสภาสหรัฐจากทั้งสองพรรค ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดี Obama เตือนให้ใช้ความระมัดระวังก่อนที่จะเชิญญี่ปุ่นให้เข้าร่วมเจรจา เพราะญี่ปุ่นมีกำแพงกีดขวางการค้ามากมายหลายอย่าง นอกหนือไปจากภาษีนำเข้า
นักรัฐศาสตร์ Christopher McNally ของ East – West Center บอกว่ารัฐสภาสหรัฐคงจะไม่เห็นด้วยถ้าจะเชื้อเชิญจีน อย่างน้อยก็ในตอนนี้
นักวิชาการผู้นี้บอกว่า ที่ประชุม APEC เหมาะสำหรับการทำความตกลงอย่างจำกัดทางด้านการค้า การลงทุน และประเด็นทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศภาคีไม่กี่ประเทศ แต่ไม่เหมาะสำหรับข้อตกลงที่มีผลผูกพันทั้ง 21 ประเทศภาคี
ทางด้านจีนให้ความเห็นไว้ว่า เป้าหมายของสหรัฐทะเยอทะยานเกินไป เกินขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนา
ส่วนนักรัฐศาสตร์ Christopher McNally บอกว่า การทำความตกลงทางการค้าของสหรัฐมีความสลับซับซ้อน เพราะรวมประเด็นอื่นๆเข้าไว้ด้วย เช่น มาตรฐานทางด้านสิ่งแวดล้อม ทางด้านแรงงาน รวมทั้งมาตรฐานของสินค้า
ในขณะที่ข้อตกลงการค้าของจีน จะมุ่งเน้นในประเด็นพื้นฐาน เช่นการลดภาษีนำเข้า โควต้า และการปรับมาตรฐานการศุลกากรให้สอดคล้องกัน
อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่ใจได้ว่าจะมีการหารือกันในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง จากมุมมองทั้งสองด้านในการประชุม APEC ที่ฮาวายครั้งนี้
credit : voanews.com

เหตุการณ์น้ำท่วมประเทศไทย

บริษัทวิจัย Stratfor วิเคราะห์ผลกระทบด้านการเมืองและเศรษฐกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมประเทศไทย

นาย Rodger Baker รองประธานฝ่ายข่าวกรองเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัท Stratfor ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านนโยบายทางการเมือง เศรษฐกิจและการทหารในรัฐเท็กซัส อธิบายถึงผลกระทบด้านการเมืองและเศรษฐกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมประเทศไทย

รูปภาพ AP
บทความเชิงวิเคราะห์จากบริษัท Stratfor ชิ้นนี้มองเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยว่าเป็นการเน้นน้ำให้เห็นถึงรอยร้าวทางการเมืองและสังคมของไทย เห็นได้จากการรับมือน้ำท่วมในส่วนของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนำโดยนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับในส่วนของกรุงเทพฯที่มีผู้ว่าฯ ม.ร.ว สุขุมพันธ์ บริพัตร เป็นหัวเรือใหญ่


Thailand in the News





นาย Rodger Baker รองประธานฝ่ายข่าวกรองเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัท Stratfor ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ระบุว่า อุทกภัยครั้งนี้ยิ่งทำให้ความขัดแย้งที่มีอยู่แล้วระหว่างประชาชนในชนบทกับประชาชนในกรุงเทพฯยิ่งตึงเครียดขึ้นอีก และยังสะท้อนให้เห็นถึงการแย่งชิงแข่งขันทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนหนึ่งเห็นได้จากการเผชิญหน้าบริเวณประตูระบายน้ำหลายแห่งรอบเขตกรุงเทพฯซึ่งบางครั้งลุกลามกลายเป็นการเผชิญหน้าทางการเมือง
นอกจากนี้ Stratfor ชี้ด้วยว่าขณะที่ปัญหาน้ำท่วมขยายเข้าไปในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ได้มีการปล่อยข่าวลือต่อเนื่องว่าอาจเกิดการปฏิวัติโดยทหารอีกครั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ดูเหมือนทหารไม่มีทีท่าว่าจะล้มรัฐบาล แต่กลับทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ของทหารให้ดีขึ้นในสายตาประชาชน เห็นได้ชัดจากการที่ทหารพยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลายพื้นที่ และยังเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพ
บทความเชิงวิเคราะห์จากบริษัท Stratfor ยังได้ระบุถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมใหญ่ นั่นคือความเป็นจริงว่านิคมอุตสาหกรรมที่มีโรงงานจากต่างชาติตั้งอยู่หลายแห่งจมน้ำเป็นเวลานานหลายสัปดาห์แล้ว ทำให้นักลงทุนต่างชาติบางส่วนผู้เป็นเจ้าของโรงงานเหล่านั้นกำลังพูดถึงการย้ายโรงงานออกจากประเทศไทย
ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาขณะที่เกิดความวุ่นวายทางการเมือง รัฐบาลไทยได้พยายามหลีกเลี่ยงผลกระทบที่มีต่อการลงทุนจากต่างชาติมาโดยตลอด แต่ก็มีคำถามมาตลอดเช่นกันว่ารัฐบาลจะสามารถกอบกู้ความน่าเชื่อถือและสร้างสิ่งแวดล้อมทางการลงทุนที่มีเสถียรภาพ เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติตัดสินใจประกอบธุรกิจในไทยต่อไปได้หรือไม่
Stratfor เชื่อว่าอุทกภัยครั้งนี้อาจเป็นโอกาสที่บริษัทต่างชาติเหล่านั้นจะใช้เป็นข้ออ้างในการย้ายโรงงานออกจากประเทศไทย ไม่ว่าเหตุผลแท้จริงนั้นจะเป็นการพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง เศรษฐกิจหรือภัยธรรมชาติก็ตาม
บทความเชิงวิเคราะห์จากบริษัท Stratfor โดยนาย Rodger Baker รองประธานฝ่ายข่าวกรองเชิงยุทธศาสตร์ชิ้นนี้ สรุปว่าการจัดการความขัดแย้งทางการเมืองและผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม คือบททดสอบที่แท้จริงสำหรับรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
credit : voanews.com